ฉีด Botulinum toxin เจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม+
เข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก ส่วนใหญ่รู้สึกคล้ายมดกัด ทายาชาก่อนฉีดได้ กลับไปทำงานได้ทันที อาจมีรอยแดงหรือจุดช้ำเล็กน้อยซึ่งหายเองในไม่กี่วัน
Botulinum toxin อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องฉีดซ้ำเมื่อไร+
โดยทั่วไปอยู่ได้ 3–4 เดือน บริเวณกรามมักอยู่ได้นานกว่า แนะนำฉีดซ้ำเมื่อผลเริ่มลดลง และไม่ควรฉีดถี่กว่าทุก 3 เดือน เพื่อลดโอกาสที่ร่างกายสร้างภูมิต้านยาจนฉีดแล้วไม่ได้ผล
ฟิลเลอร์อันตรายไหม+
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือบวมและช้ำ ซึ่งหายเองใน 1 สัปดาห์ ภาวะรุนแรงที่พบน้อยคือฟิลเลอร์อุดหลอดเลือด จึงควรฉีดโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาค ใช้ฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid ที่มีทะเบียน อย. และสลายได้ด้วยยา Hyaluronidase
ฝ้ารักษาหายขาดไหม+
ฝ้าเป็นภาวะเรื้อรังที่กลับเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะเมื่อโดนแดดหรือฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เป้าหมายของการรักษาคือทำให้ฝ้าจางลงและคงที่ ร่วมกับการทากันแดดสม่ำเสมอทุกวัน
ทำเลเซอร์แล้วต้องหลบแดดไหม+
ควรทากันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันและหลีกเลี่ยงแดดจัด เพื่อลดความเสี่ยงรอยดำหลังเลเซอร์ (Post-inflammatory hyperpigmentation) ซึ่งพบได้บ่อยในผิวคนเอเชีย
Filler อยู่ได้นานแค่ไหน+
Hyaluronic acid filler อยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นกับตำแหน่งและชนิดผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ขยับมาก เช่น ริมฝีปาก มักสลายเร็วกว่า
ใครไม่ควรฉีด Botulinum toxin+
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เช่น myasthenia gravis) และผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่ฉีด แจ้งแพทย์ทุกครั้งถ้าใช้ยาประจำ
อาการแบบไหนต้องติดต่อคลินิกทันที+
หลังฉีด filler ถ้าปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ผิวซีดขาวหรือเขียวคล้ำเป็นปื้น หรือตามัว ให้ติดต่อคลินิกหรือไปห้องฉุกเฉินทันที อาจเป็นสัญญาณหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งพบได้น้อยแต่ต้องรักษาเร็ว
ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้ไหม+
ได้ แพทย์เปิดกล่องผลิตภัณฑ์ต่อหน้าคุณ และแจ้งเลขทะเบียน อย. กับ lot ทุกครั้ง
Juvelook, Lenisna กับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร+
ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid เติมปริมาตรได้ทันทีและสลายได้ด้วย hyaluronidase ส่วน Juvelook และ Lenisna มี PDLLA ที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลจึงค่อยๆ ดีขึ้นในหลายเดือน และส่วนของ PDLLA สลายด้วย hyaluronidase ไม่ได้ แพทย์จะเลือกให้ตามปัญหาผิวและบริเวณที่ทำ
เมโสแฟตช่วยลดน้ำหนักได้ไหม+
ไม่ได้ เมโสแฟตลดไขมันเฉพาะจุดที่ฉีด เช่น เหนียงใต้คาง เหมาะกับผู้ที่น้ำหนักใกล้เกณฑ์แต่มีไขมันสะสมเป็นจุด อาการที่พบบ่อยคือบวม ช้ำ และชาบริเวณที่ฉีดซึ่งหายเองใน 1–2 สัปดาห์ หากต้องการลดน้ำหนักทั้งตัว แพทย์จะแนะนำโปรแกรมควบคุมน้ำหนักแทน